ถ้าออมเดือนละ 5,000 บาท ที่ผลตอบแทน 5% ต่อปี ทบต้นรายเดือน อีก 20 ปีจะได้ราว 2,055,168 บาท และ 30 ปีจะได้ราว 4,161,293 บาท ทั้งที่เงินที่ใส่เข้าไปจริงมีแค่ 1,200,000 และ 1,800,000 บาทตามลำดับ ส่วนต่างทั้งหมดคือ "ดอกเบี้ยที่งอกจากดอกเบี้ย" นี่คือเหตุผลที่การคำนวณดอกเบี้ยทบต้นก่อนตัดสินใจออมหรือลงทุนระยะยาวช่วยให้เห็นภาพจริงมากกว่าการเดา
บทความนี้พาคำนวณทีละขั้น ตั้งแต่สูตร ตัวอย่างเงินก้อนเดียว ตัวอย่างออมรายเดือน ผลของความถี่ในการทบต้น กฎ 72 ที่ใช้ประมาณระยะเวลาเงินเพิ่มเป็นสองเท่า ไปจนถึงเรื่องดอกเบี้ยเงินฝากและภาษีที่คนไทยควรรู้ ตัวเลขทุกตัวในบทความคำนวณด้วยสูตรเดียวกับเครื่องมือคำนวณดอกเบี้ยทบต้นของเว็บเรา ซึ่งทำงานในเบราว์เซอร์ของคุณเอง ไม่ต้องอัปโหลดข้อมูลใดๆ ฟรี 100%
ดอกเบี้ยทบต้นต่างจากดอกเบี้ยธรรมดายังไง
ดอกเบี้ยธรรมดาคิดจากเงินต้นก้อนเดิมทุกปี ส่วนดอกเบี้ยทบต้นเอาดอกเบี้ยที่ได้แต่ละงวดไปรวมกับเงินต้น แล้วงวดถัดไปคิดจากยอดรวมใหม่ ลองดูเงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 3% ต่อปี นาน 10 ปี
| แบบการคิด | ยอดเงินหลัง 10 ปี | ดอกเบี้ยรวม |
|---|---|---|
| ดอกเบี้ยธรรมดา | 130,000.00 บาท | 30,000.00 บาท |
| ทบต้นปีละครั้ง | 134,391.64 บาท | 34,391.64 บาท |
| ทบต้นรายเดือน | 134,935.35 บาท | 34,935.35 บาท |
ที่ 3% และ 10 ปี ส่วนต่างยังไม่มาก (ประมาณ 4,400 บาท) แต่ส่วนต่างนี้จะขยายเร็วเมื่ออัตราสูงขึ้นหรือเวลานานขึ้น เพราะดอกเบี้ยที่ทบเข้าไปก็เริ่มสร้างดอกเบี้ยของตัวเองต่อ
สูตรคำนวณดอกเบี้ยทบต้น
สูตรมาตรฐานของเงินก้อนเดียวคือ
A = P × (1 + r/n)n×t
- A = ยอดเงินรวมตอนจบ
- P = เงินต้น
- r = อัตราดอกเบี้ยต่อปี เขียนเป็นทศนิยม (5% = 0.05)
- n = จำนวนครั้งที่ทบต้นต่อปี (ปีละครั้ง = 1, รายเดือน = 12, รายวัน = 365)
- t = จำนวนปี
ตัวอย่างที่คิดมือได้ง่าย: เงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 6% ต่อปี ทบปีละครั้ง นาน 3 ปี = 100,000 × 1.063 = 119,101.60 บาท หรืออีกตัวอย่าง เงิน 1,000,000 บาท ผลตอบแทน 5% ต่อปี 10 ปี = 1,000,000 × 1.0510 = 1,628,894.63 บาท (ถ้าเป็นดอกเบี้ยธรรมดาจะได้แค่ 1,500,000 บาท)
ออมเดือนละ 5,000 บาท ได้เท่าไหร่
คนส่วนใหญ่ไม่ได้มีเงินก้อนเดียว แต่ทยอยออมทุกเดือน กรณีนี้ใช้สูตรผลรวมของเงินที่ฝากเพิ่มทุกงวด คือ FV = PMT × ((1 + i)N − 1) ÷ i โดย PMT คือเงินออมต่องวด i คืออัตราดอกเบี้ยต่องวด (5% ÷ 12) และ N คือจำนวนงวดทั้งหมด ตารางด้านล่างสมมติว่าฝากสิ้นเดือนทุกเดือน และทบต้นรายเดือน
| ระยะเวลา | เงินที่ใส่จริง | ผลตอบแทน 3% ต่อปี | ผลตอบแทน 5% ต่อปี |
|---|---|---|---|
| 10 ปี | 600,000 | 698,707 | 776,411 |
| 20 ปี | 1,200,000 | 1,641,510 | 2,055,168 |
| 30 ปี | 1,800,000 | 2,913,684 | 4,161,293 |
สังเกตสองอย่าง อย่างแรก ที่ 5% ต่อปี ออม 30 ปี ดอกเบี้ยรวม 2,361,293 บาท คิดเป็นกว่าครึ่งของยอดสุดท้าย (ราว 57%) อย่างที่สอง การออม 30 ปีได้เงินมากกว่าการออม 20 ปีถึงราว 2 เท่า ทั้งที่ออมนานกว่าแค่ 1.5 เท่า นี่คือเหตุผลที่ "เริ่มเร็ว" สำคัญกว่า "ออมเยอะ" ในระยะยาว
ผลตอบแทนที่ต่างกันเพียง 1% ก็เปลี่ยนปลายทางได้มาก ออมเดือนละ 5,000 บาท 30 ปี ทบรายเดือน ที่ 4% ได้ประมาณ 3,470,247 บาท ที่ 5% ได้ 4,161,293 บาท และที่ 6% ได้ประมาณ 5,022,575 บาท
วิธีใช้เครื่องมือคำนวณดอกเบี้ยทบต้น
- เปิดเครื่องมือคำนวณดอกเบี้ยทบต้น
- ใส่เงินต้นเริ่มต้น (ถ้าไม่มีให้ใส่ 0)
- ใส่อัตราดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนที่คาดไว้ต่อปี
- ใส่จำนวนปีที่จะออม
- ใส่เงินที่จะฝากเพิ่มทุกเดือน (ถ้ามี)
- เลือกความถี่ในการทบต้น เช่น รายเดือน ไตรมาส ปี หรือวัน แล้วดูยอดรวม เงินที่ใส่จริง และดอกเบี้ยที่ได้ทันที
ลองเปลี่ยนตัวเลขดูหลายชุดเพื่อเปรียบเทียบ เช่น ถ้าเพิ่มเงินออมอีกเดือนละ 1,000 บาท หรือถ้าผลตอบแทนจริงต่ำกว่าที่คาด ผลลัพธ์จะเปลี่ยนเท่าไร การเห็นตัวเลขหลายสถานการณ์ช่วยให้วางแผนได้สมจริงขึ้น
ทบต้นรายวัน รายเดือน หรือรายปี ต่างกันแค่ไหน
หลายคนสงสัยว่าความถี่ในการทบต้นสำคัญไหม ลองเทียบเงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 6% ต่อปี นาน 10 ปี
| ความถี่ในการทบต้น | ยอดเงินหลัง 10 ปี |
|---|---|
| ปีละครั้ง | 179,084.77 บาท |
| ทุก 6 เดือน | 180,611.12 บาท |
| ทุกไตรมาส | 181,401.84 บาท |
| ทุกเดือน | 181,939.67 บาท |
| ทุกวัน | 182,202.90 บาท |
จากทบปีละครั้งไปทบทุกวัน ยอดต่างกันราว 3,118 บาท หรือประมาณ 1.7% ของยอดเดิม ซึ่งน้อยกว่าผลของ "อัตราดอกเบี้ย" และ "ระยะเวลา" มาก ดังนั้นเวลาเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ ให้ดูอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาก่อน แล้วค่อยดูความถี่เป็นรายละเอียดรอง
กฎ 72 ประมาณว่าเงินจะเพิ่มเป็นสองเท่าเมื่อไร
ถ้าอยากรู้คร่าวๆ โดยไม่ต้องกดเครื่องคิดเลข ให้เอา 72 หารด้วยอัตราดอกเบี้ยต่อปี (เป็นเปอร์เซ็นต์) ผลลัพธ์คือจำนวนปีที่เงินจะเพิ่มเป็นสองเท่าโดยประมาณ เช่น ที่ 6% ได้ 72 ÷ 6 = 12 ปี ลองเทียบกับค่าที่คำนวณจริง
| อัตราดอกเบี้ยต่อปี | กฎ 72 (ปี) | คำนวณจริง ทบปีละครั้ง (ปี) |
|---|---|---|
| 2% | 36.0 | 35.0 |
| 3% | 24.0 | 23.4 |
| 4% | 18.0 | 17.7 |
| 6% | 12.0 | 11.9 |
| 8% | 9.0 | 9.0 |
| 10% | 7.2 | 7.3 |
| 12% | 6.0 | 6.1 |
ในช่วงอัตรา 2-12% ค่าที่ได้จากกฎ 72 คลาดเคลื่อนจากค่าจริงไม่เกินราว 1 ปี (ที่อัตราต่ำสุดในตาราง) ใช้ประมาณในหัวได้สะดวก แต่ถ้าต้องวางแผนจริงให้คำนวณด้วยสูตรหรือเครื่องมือ
ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ในไทยทบต้นยังไง และต้องเสียภาษีไหม
ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบาย บัญชีออมทรัพย์คิดดอกเบี้ยให้ทุกวัน แต่จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง คือสิ้นเดือนมิถุนายนและสิ้นเดือนธันวาคม และดอกเบี้ยที่จ่ายแต่ละงวดจะรวมเป็นเงินต้นสำหรับคิดดอกเบี้ยต่อไป พูดอีกแบบคือเงินฝากออมทรัพย์ก็ทบต้นอยู่แล้วโดยธรรมชาติ
ส่วนเรื่องภาษี ตามที่ ธปท. และธนาคารกรุงศรีอธิบาย ถ้าดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์รวมกันในปีหนึ่งเกิน 20,000 บาท ธนาคารจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% จากดอกเบี้ยทั้งก้อน ไม่ใช่เฉพาะส่วนที่เกิน และผู้ฝากที่มีหลายบัญชีหลายธนาคารต้องแจ้งความยินยอมให้ธนาคารส่งข้อมูลดอกเบี้ยเพื่อให้การหักภาษีถูกต้อง เงื่อนไขภาษีอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบกับธนาคารหรือกรมสรรพากรอีกครั้งก่อนตัดสินใจ
ถ้าคุณคิดผลตอบแทนหลังภาษี ให้ใช้อัตราดอกเบี้ยสุทธิ (เช่น ดอกเบี้ย 2% หักภาษี 15% เหลือ 1.7%) เป็นค่า r ในการคำนวณ หากอยากรู้เรื่องภาษีเงินได้ภาพรวม อ่านต่อได้ที่คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และเรื่องการหักภาษีตอนรับเงินที่หัก ณ ที่จ่ายคืออะไร
ข้อควรระวังเวลาใช้ผลคำนวณ
- ผลลัพธ์เป็นการประมาณการ ไม่ใช่คำสัญญา เครื่องมือสมมติว่าอัตราผลตอบแทนคงที่ตลอด ซึ่งตรงกับเงินฝากอัตราคงที่ แต่กองทุน หุ้น หรือทองคำมีขึ้นลงจริง ผลตอบแทนเฉลี่ยในอดีตไม่รับประกันอนาคต
- เงินเฟ้อกินมูลค่าเงิน เงิน 2 ล้านบาทในอีก 20 ปีซื้อของได้น้อยกว่าเงิน 2 ล้านบาทวันนี้ ลองคำนวณด้วยอัตราผลตอบแทนที่หักเงินเฟ้อแล้วเพื่อดูภาพที่สมจริงขึ้น
- ค่าธรรมเนียมและภาษี ค่าธรรมเนียมกองทุนและภาษีลดผลตอบแทนสุทธิ ควรหักออกก่อนใส่ในช่อง r
- ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน บทความนี้อธิบายหลักคณิตศาสตร์ ไม่ได้แนะนำให้ซื้อหรือขายผลิตภัณฑ์ใด
คำถามที่พบบ่อย
คำนวณดอกเบี้ยทบต้นด้วยตัวเองยากไหม
เงินก้อนเดียวใช้เครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์ได้ด้วยสูตร P × (1 + r/n)nt แต่ถ้ามีเงินฝากเพิ่มทุกเดือนจะยุ่งกว่า ใช้เครื่องมือคำนวณดอกเบี้ยทบต้นออนไลน์สะดวกกว่า ใส่ตัวเลขแล้วเห็นผลทันที
ดอกเบี้ยทบต้นกับดอกเบี้ยธรรมดา แบบไหนดีกว่า
ในมุมผู้ออมหรือผู้ลงทุน ทบต้นให้ผลตอบแทนมากกว่าที่อัตราเดียวกัน ส่วนในมุมผู้กู้ ทบต้นหมายถึงหนี้โตเร็วขึ้น จึงควรเช็กวิธีคิดดอกเบี้ยทุกครั้งก่อนกู้
ทบต้นรายวันกับรายเดือน ต่างกันมากไหม
ต่างกันไม่มาก จากตารางข้างบน ที่ 6% นาน 10 ปี ทบรายเดือนกับรายวันต่างกันราว 263 บาทจาก 100,000 บาท ให้ความสำคัญกับอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลามากกว่า
เงินฝากออมทรัพย์ทบต้นไหม
ทบ เพราะตามที่ ธปท. อธิบาย ดอกเบี้ยที่จ่ายแต่ละงวด (มิถุนายนและธันวาคม) จะรวมเป็นเงินต้นสำหรับคิดดอกเบี้ยต่อไป แต่อัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์มักต่ำ ผลของการทบต้นจึงค่อยเป็นค่อยไป
กองทุนรวมหรือหุ้นใช้การคำนวณนี้ได้ไหม
ใช้ประมาณการได้ถ้าใส่ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่คาดหวัง แต่ผลตอบแทนจริงไม่คงที่ บางปีติดลบได้ ควรลองคำนวณหลายสถานการณ์ เช่น 3%, 5%, 7% เพื่อดูช่วงที่เป็นไปได้ ไม่ควรยึดตัวเลขเดียว
กฎ 72 แม่นแค่ไหน
แม่นพอสำหรับอัตราประมาณ 2-12% ต่อปี ดังตารางข้างบน คลาดเคลื่อนไม่เกินราว 1 ปี แต่เป็นเพียงทางลัดสำหรับประมาณ ไม่ควรใช้แทนการคำนวณจริง
สรุป
ดอกเบี้ยทบต้นทำให้เงินโตเร็วขึ้นเรื่อยๆ ปัจจัยที่กำหนดผลมากที่สุดคือระยะเวลาและอัตราผลตอบแทน ไม่ใช่ความถี่ในการทบ ออมเดือนละ 5,000 บาทที่ 5% ต่อปี ได้ราว 2.06 ล้านบาทใน 20 ปี และราว 4.16 ล้านบาทใน 30 ปี ลองใส่ตัวเลขของคุณเองในเครื่องมือคำนวณดอกเบี้ยทบต้น ฟรี ไม่ต้องอัปโหลดข้อมูล หรือถ้าอยากเข้าใจสูตรเปอร์เซ็นต์พื้นฐานก่อน ดูที่วิธีคิดเปอร์เซ็นต์
แหล่งอ้างอิง: ธนาคารแห่งประเทศไทย "ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์" (คิดดอกเบี้ยรายวัน จ่ายปีละ 2 ครั้ง ดอกเบี้ยรวมเป็นเงินต้น เกณฑ์ภาษี 15% เมื่อดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาท), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา "ภาษีดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร" (หักภาษีจากดอกเบี้ยทั้งก้อนเมื่อเกินเกณฑ์) สูตรดอกเบี้ยทบต้นและกฎ 72 เป็นสูตรคณิตศาสตร์มาตรฐาน ตัวเลขในตารางคำนวณด้วยสูตรเดียวกับเครื่องมือของแปลงไฟล์.com (ฝากสิ้นงวด ทบตามความถี่ที่ระบุ) และเป็นการประมาณการภายใต้สมมติฐานอัตราผลตอบแทนคงที่ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน