หัก ณ ที่จ่าย คืออะไร? ฟรีแลนซ์ต้องรู้ก่อนรับเงิน

ฟรีแลนซ์หลายคนเคยส่งงานราคา 10,000 บาท แต่ได้รับเงินจริง 9,700 บาท พร้อมคำอธิบายว่า “หัก ณ ที่จ่าย 3%” เงิน 300 บาทไม่ได้หายไปไหน ผู้จ่ายนำส่งเป็นภาษีล่วงหน้าในชื่อของผู้รับ และผู้รับนำยอดนั้นไปเป็นเครดิตตอนยื่นภาษีประจำปีได้ แต่คำว่า 3% ไม่ได้ใช้กับงานทุกชนิดและผู้จ่ายทุกคน บทความนี้จึงสรุปวิธีดูอัตรา ใบ 50 ทวิ และการขอคืนภาษีแบบไม่เหมารวมเกินกฎหมาย

หมายเหตุสำคัญ: เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาภาษี อัตราและหน้าที่หักขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้ สถานะของผู้จ่ายและผู้รับ รวมถึงข้อเท็จจริงในสัญญา ควรตรวจเอกสารปีปัจจุบันกับกรมสรรพากรหรือนักบัญชีก่อนตัดสินใจ

หัก ณ ที่จ่าย คืออะไร

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือภาษีเงินได้ที่กฎหมายกำหนดให้ผู้จ่ายบางประเภทหักจากเงินที่จ่าย แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับ เงินที่ถูกหักไม่ใช่ค่าธรรมเนียมของลูกค้า และโดยทั่วไปนำไปใช้เป็นเครดิตภาษีเมื่อผู้รับยื่นแบบประจำปีได้

ตัวอย่างเช่น ค่าบริการก่อนภาษี 10,000 บาท ถ้ารายการนั้นเข้าเงื่อนไขหัก 3% ผู้จ่ายจะหัก 300 บาทและจ่ายสุทธิ 9,700 บาท จากนั้นต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับเก็บไว้เป็นหลักฐาน ตอนยื่นภาษีให้นำรายได้เต็ม 10,000 บาทไปรวมคำนวณ และนำ 300 บาทมาเครดิต ไม่ใช่ลงรายได้เพียง 9,700 บาท

ใครต้องหัก และทำไมจึงตอบจากคำว่า “ฟรีแลนซ์” อย่างเดียวไม่ได้

หน้าที่หักไม่ได้เกิดจากการที่ผู้รับเรียกตัวเองว่าฟรีแลนซ์เพียงอย่างเดียว ต้องดูพร้อมกันอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ ผู้จ่ายเป็นใคร ผู้รับเป็นใคร และเงินที่จ่ายเป็นเงินได้ประเภทใด ตัวอย่างที่พบบ่อยคือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจ่ายค่าจ้างทำของหรือค่าบริการให้บุคคลธรรมดา ซึ่งอาจเข้าเกณฑ์หัก 3% ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528

  • อย่าฟันธงว่าบริษัทต้องหักทุกการจ่าย: การซื้อสินค้า การคืนเงิน หรือบริการบางประเภทอาจมีกฎต่างกัน
  • อย่าฟันธงว่าบุคคลธรรมดาไม่ต้องหักทุกกรณี: กฎหมายบางมาตรากำหนดหน้าที่ตามประเภทผู้จ่ายและเงินได้โดยเฉพาะ
  • ดูสัญญาและเนื้องานจริง: ชื่อบนใบเสนอราคาอย่างเดียวอาจไม่ชี้ประเภทเงินได้ที่ถูกต้อง

อัตราหัก ณ ที่จ่ายที่ฟรีแลนซ์มักพบ

ตารางนี้เป็นภาพรวมของกรณีทั่วไปตามคำสั่งกรมสรรพากร ไม่ใช่ตารางตัดสินทุกกรณี หากลักษณะงานหรือคู่สัญญาต่างจากตัวอย่าง ควรตรวจข้อกฎหมายเฉพาะรายการก่อนออกเอกสาร

ลักษณะเงินได้ที่พบบ่อยอัตราทั่วไปข้อควรดูเพิ่ม
ค่าจ้างทำของหรือบริการทั่วไป3%ผู้จ่าย ผู้รับ และเนื้องานต้องเข้าเงื่อนไขตามคำสั่ง
ค่าวิชาชีพอิสระตามกฎหมาย เช่น กฎหมาย บัญชี วิศวกรรม สถาปัตยกรรม3%คำว่า “ที่ปรึกษา” ไม่ได้แปลว่าเป็นวิชาชีพอิสระทุกกรณี
ค่าเช่าทรัพย์สิน5%ต้องแยกค่าเช่าออกจากค่าบริการให้ถูกต้อง
ค่าโฆษณา2%ใช้เมื่อรายการนั้นเป็นค่าโฆษณาตามเงื่อนไขจริง
รางวัลจากการประกวด แข่งขัน หรือชิงโชค5%ไม่ควรรวมกับค่าจ้างทำงานตามปกติ
ค่าตอบแทนนักแสดงสาธารณะในประเทศ5%มีนิยามและข้อยกเว้นเฉพาะ ไม่รวมช่างภาพทั่วไปโดยอัตโนมัติ

ตรวจตัวบทและเงื่อนไขล่าสุดได้ที่ คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 และหน้า สรุปการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส ของกรมสรรพากร หากต้องการลองคำนวณยอดขั้นต้น ใช้ เครื่องมือคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ได้โดยเลือกอัตราที่ตรวจสอบแล้ว

ยอดก่อนหักกับยอดรับจริง ต้องตกลงอย่างไร

จุดที่ทะเลาะกันบ่อยไม่ใช่อัตราภาษี แต่เป็นคำว่า ราคาสุทธิ และ ราคาก่อนหักภาษี หากตกลงค่าจ้าง 10,000 บาทก่อนหัก และรายการเข้าเกณฑ์ 3% การรับ 9,700 บาทพร้อมใบ 50 ทวิ 300 บาทถือเป็นโครงสร้างปกติ แต่ถ้าตกลงว่าฟรีแลนซ์ต้องได้รับสุทธิ 10,000 บาท ผู้จ่ายกับผู้รับต้องคำนวณยอดก่อนหักให้ชัดตั้งแต่ใบเสนอราคา ไม่ควรลดราคาเองภายหลังโดยไม่มีข้อตกลง

  • ระบุในใบเสนอราคาว่า “ค่าบริการก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย” หรือ “ยอดรับสุทธิ”
  • แยกภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากภาษีหัก ณ ที่จ่าย เพราะเป็นคนละระบบ
  • ขอชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้จ่ายให้ครบก่อนออกเอกสาร
  • ตรวจยอดเงินได้เต็ม ยอดภาษีที่หัก และยอดโอนจริงให้ตรงกัน

ใบ 50 ทวิ คืออะไร และต้องเช็กอะไรบ้าง

ใบ 50 ทวิ คือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 ทวิ ผู้มีหน้าที่หักต้องออกเอกสารตามหลักเกณฑ์ของเงินได้แต่ละประเภท สำหรับฟรีแลนซ์ที่รับค่าบริการ ควรติดตามเอกสารทันทีหลังมีการหัก อย่ารอจนถึงฤดูยื่นภาษี เพราะอาจต้องไล่ขอจากลูกค้าหลายรายพร้อมกัน

เมื่อได้รับเอกสาร ให้ตรวจชื่อและเลขผู้เสียภาษีของทั้งสองฝ่าย ประเภทเงินได้ วันที่จ่าย ยอดเงินได้ก่อนหัก อัตรา และยอดภาษี หากข้อมูลผิดให้ขอฉบับแก้ไขก่อนนำไปยื่น แบบอิเล็กทรอนิกส์ใช้ได้เมื่อผู้จ่ายจัดทำตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร จึงควรเก็บไฟล์ต้นฉบับและหลักฐานการรับเงินไว้คู่กัน

ถ้าลูกค้าไม่หักภาษี ต้องทำอย่างไร

การไม่ได้ถูกหักไม่ได้แปลว่ารายได้นั้นได้รับยกเว้นภาษี ผู้รับยังต้องบันทึกรายได้เต็มจำนวนและนำไปรวมยื่นตามหน้าที่ของตน ส่วนผู้จ่ายมีหน้าที่หักหรือไม่ต้องพิจารณาจากกฎหมายของรายการนั้น ไม่ควรให้ฟรีแลนซ์ออกใบ 50 ทวิให้ตัวเอง หรือหัก 3% จากบัญชีของตัวเองย้อนหลังแทนผู้จ่าย

ถ้าคู่สัญญาเป็นบริษัทและรายการดูเหมือนควรถูกหัก ให้ถามฝ่ายบัญชีเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมส่งใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และรายละเอียดงานให้ตรวจ หากคำตอบยังไม่ชัด ควรให้นักบัญชีพิจารณาสัญญาจริง แทนการใช้ตารางจากอินเทอร์เน็ตตัดสินเพียงอย่างเดียว

วิธีใช้เครดิตและขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย

เมื่อสิ้นปี ให้รวมรายได้จากทุกแหล่ง คำนวณค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามประเภทเงินได้ แล้วนำภาษีที่ถูกหักไว้มาเป็นเครดิต หากเครดิตมากกว่าภาษีที่คำนวณได้ อาจขอคืนส่วนเกินได้ แต่ถ้าเครดิตน้อยกว่ายอดที่ต้องเสียก็ชำระส่วนต่าง

  1. รวบรวมใบ 50 ทวิ หลักฐานรับเงิน และรายการเดินบัญชีจากลูกค้าทุกราย
  2. จัดกลุ่มรายได้ตามมาตราให้ถูกต้อง เพราะวิธีหักค่าใช้จ่ายอาจต่างกัน
  3. คำนวณภาพรวมด้วย เครื่องมือคำนวณภาษีเงินได้ เพื่อประมาณการ แล้วตรวจซ้ำกับแบบของกรมสรรพากร
  4. ยื่นแบบที่ตรงกับประเภทเงินได้ผ่าน RD e-Filing และกรอกเครดิตจากใบ 50 ทวิให้ครบ
  5. เลือกขอคืนเมื่อระบบคำนวณว่าชำระไว้เกิน และติดตามสถานะหรือเอกสารเพิ่มเติมผ่านช่องทางกรมสรรพากร

โดยทั่วไปการยื่นแบบกระดาษของบุคคลธรรมดาสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม ส่วนกำหนดออนไลน์อาจขยายตามประกาศของแต่ละปี เช่น ปีภาษี 2568 กรมสรรพากรกำหนดยื่นทางอินเทอร์เน็ตถึง 8 เมษายน 2569 จึงควรเช็ก ปฏิทินภาษีอากรของกรมสรรพากร ทุกครั้ง ไม่ควรจำวันของปีก่อนมาใช้

ตัวอย่างคำนวณที่ไม่ทำให้เข้าใจผิด

ตัวอย่าง A: งานออกแบบราคา 20,000 บาท และคู่สัญญาตรวจแล้วว่าเข้าเงื่อนไขหัก 3% ภาษีที่หักคือ 600 บาท ผู้รับได้เงิน 19,400 บาทและได้ใบ 50 ทวิ 600 บาท ตอนยื่นภาษีต้องแสดงรายได้ 20,000 บาท แล้วใช้ 600 บาทเป็นเครดิต

ตัวอย่าง B: ฟรีแลนซ์ถูกหักรวมทั้งปี 12,000 บาท ตัวเลขนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะได้คืนเท่าไร เพราะภาษีปลายปีขึ้นอยู่กับรายได้ทุกแหล่ง ประเภทเงินได้ ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน และเครดิตอื่น หากคำนวณภาษีจริงได้ 7,000 บาทจึงขอคืนส่วนต่าง 5,000 บาท แต่ถ้าภาษีจริงเป็น 20,000 บาทจะต้องชำระเพิ่ม 8,000 บาท

อ่านวิธีคำนวณแบบขั้นบันไดและข้อจำกัดของเครื่องมือเพิ่มเติมได้ที่ คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เข้าใจง่ายใน 5 นาที หากต้องรวมเอกสารส่งนักบัญชี ดู วิธีรวมไฟล์ PDF หลายไฟล์เป็นไฟล์เดียว และ วิธีลดขนาดไฟล์ PDF ก่อนส่งได้

คำถามที่พบบ่อย

ถูกหักแล้ว ยังต้องยื่นภาษีประจำปีไหม

ภาษีที่ถูกหักเป็นเพียงเครดิตล่วงหน้า ไม่ใช่หลักฐานว่าปิดภาระภาษีทั้งปีแล้ว หน้าที่และแบบที่ต้องยื่นขึ้นอยู่กับประเภทและยอดเงินได้ รวมถึงสถานภาพของผู้มีเงินได้ ตรวจเกณฑ์ปีปัจจุบันจากหน้า ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และคำแนะนำแบบ ภ.ง.ด.90 ของกรมสรรพากร

ลูกค้าจ่าย 97% ของค่าจ้าง ถือว่าผิดไหม

ไม่ผิดโดยอัตโนมัติ หากค่าจ้างที่ตกลงเป็นยอดก่อนหัก รายการเข้าเงื่อนไข 3% และผู้จ่ายนำส่งพร้อมออกใบ 50 ทวิให้ครบ ปัญหาจะเกิดเมื่อยอดสุทธิไม่ตรงสัญญา ผู้จ่ายไม่ออกหลักฐาน หรือใช้คำว่า “หักภาษี” เพื่อลดค่าจ้างทั้งที่ไม่ได้มีการนำส่งจริง

รับงานจากบริษัทต่างประเทศ จะถูกหัก 3% ไหม

บริษัทต่างประเทศที่ไม่มีหน้าที่หักและนำส่งภาษีในไทยมักไม่ออกใบ 50 ทวิแบบไทย แต่ไม่ได้หมายความว่ารายได้นั้นไม่ต้องพิจารณาภาษีไทย เรื่องถิ่นที่อยู่ แหล่งเงินได้ การนำเงินเข้าประเทศ และอนุสัญญาภาษีซ้อนมีรายละเอียดมาก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยใช้สัญญาและเส้นทางเงินจริงประกอบ

ใบ 50 ทวิหาย ขอใหม่ได้ไหม

ติดต่อผู้จ่ายหรือฝ่ายบัญชีที่ออกเอกสารเพื่อขอฉบับใหม่หรือฉบับแก้ไข พร้อมแจ้งงวด วันที่ และยอดเงินให้ค้นหาได้ง่าย อย่าสร้างเอกสารขึ้นเอง เพราะผู้จ่ายเป็นผู้รับรองยอดที่หักและนำส่ง

สรุปสำหรับฟรีแลนซ์

จำให้สั้นที่สุด: ตรวจว่ารายการเข้าอัตราใด ตกลงค่าจ้างก่อนหักหรือยอดสุทธิ เก็บใบ 50 ทวิทุกใบ และใช้ยอดภาษีที่หักเป็นเครดิตตอนยื่นประจำปี อย่าใช้คำว่า “ฟรีแลนซ์โดน 3% เสมอ” เพราะอัตราจริงขึ้นอยู่กับคู่สัญญาและประเภทเงินได้ หากต้องการเช็กตัวเลขเบื้องต้น ลอง เครื่องมือคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย แล้วตรวจเงื่อนไขกับเอกสารกรมสรรพากรอีกครั้ง

ตรวจทานข้อมูลล่าสุดเมื่อ 1 สิงหาคม 2569 จากคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 หน้าอธิบายมาตรา 3 เตรส ปฏิทินภาษีอากร และคู่มือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เนื้อหานี้ไม่แทนคำวินิจฉัยของกรมสรรพากรหรือนักวิชาชีพที่เห็นเอกสารจริง