TDEE คืออะไร คำนวณยังไง พลังงานที่ร่างกายต้องการต่อวัน


หากคุณเคยสงสัยว่า “วันหนึ่งๆ ควรกินกี่แคลอรี่ถึงจะพอดี?” คำตอบอยู่ที่การรู้ค่า TDEE ของตัวเอง TDEE ย่อมาจาก Total Daily Energy Expenditure หรือ พลังงานรวมที่ร่างกายใช้ทั้งหมดใน 1 วัน ตั้งแต่หัวใจเต้น ปอดหายใจ ไปจนถึงการเดิน ออกกำลังกาย และย่อยอาหาร การคำนวณ TDEE ให้แม่นยำช่วยให้คุณตั้งเป้าหมายน้ำหนักได้จริง ไม่ว่าจะลด เพิ่ม หรือรักษา

TDEE กับ BMR ต่างกันอย่างไร

คนส่วนใหญ่เคยได้ยิน BMR (Basal Metabolic Rate) หรืออัตราเผาผลาญพื้นฐาน แต่สับสนกับ TDEE บ่อย ความต่างคือ:

  • BMR = พลังงานที่ร่างกายต้องการขั้นต่ำขณะพักผ่อนนิ่งๆ ตลอดทั้งวัน เพื่อให้หัวใจเต้น ปอดหายใจ และสมองทำงานได้ ถ้านอนนิ่งๆ 24 ชั่วโมง ก็จะเผาผลาญเท่ากับ BMR พอดี
  • TDEE = BMR + พลังงานจากการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน + พลังงานที่ใช้ย่อยอาหาร (Thermic Effect of Food)

ตัวอย่าง: ผู้ชายออฟฟิศที่มี BMR 1,500 kcal แต่ไม่ออกกำลังกาย จะมี TDEE ประมาณ 1,800 kcal ส่วนคนที่ออกกำลังกายหนักทุกวันจาก BMR เดียวกัน อาจมี TDEE สูงถึง 2,850 kcal นั่นหมายความว่าระดับกิจกรรมของคุณสำคัญมากกว่าที่หลายคนคิด

วิธีคำนวณ TDEE ด้วยตนเอง

การคำนวณ TDEE แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ทำเองได้ด้วยเครื่องคิดเลขทั่วไป

ขั้นที่ 1 — คำนวณ BMR ด้วยสูตร Mifflin-St Jeor

สูตร Mifflin-St Jeor คือสูตรที่นักโภชนาการนิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบัน มีค่าคลาดเคลื่อนเฉลี่ยเพียง ~5% ดีกว่าสูตร Harris-Benedict แบบเก่า (ซึ่งคลาดเคลื่อน 10-15%) อย่างชัดเจน

  • ผู้ชาย: BMR = (10 × น้ำหนัก kg) + (6.25 × ส่วนสูง cm) − (5 × อายุ) + 5
  • ผู้หญิง: BMR = (10 × น้ำหนัก kg) + (6.25 × ส่วนสูง cm) − (5 × อายุ) − 161

ตัวอย่าง (ผู้ชาย): อายุ 30 ปี น้ำหนัก 70 kg สูง 170 cm
BMR = (10×70) + (6.25×170) − (5×30) + 5 = 700 + 1,062.5 − 150 + 5 = 1,617.5 kcal/วัน

ตัวอย่าง (ผู้หญิง): อายุ 28 ปี น้ำหนัก 55 kg สูง 160 cm
BMR = (10×55) + (6.25×160) − (5×28) − 161 = 550 + 1,000 − 140 − 161 = 1,249 kcal/วัน

ขั้นที่ 2 — คูณ Activity Factor ตามระดับกิจกรรมจริง

เมื่อได้ BMR แล้ว ให้คูณด้วยตัวเลขในตารางด้านล่างตามพฤติกรรมจริงของคุณ:

ระดับกิจกรรม ลักษณะไลฟ์สไตล์ ตัวคูณ
ไม่ขยับเลย (Sedentary) นั่งทำงานทั้งวัน ไม่ออกกำลังกาย × 1.2
เบา (Lightly Active) ออกกำลังกายเบา 1-3 วัน/สัปดาห์ × 1.375
ปานกลาง (Moderately Active) ออกกำลังกาย 3-5 วัน/สัปดาห์ × 1.55
หนัก (Very Active) ออกกำลังกายหนัก 6-7 วัน/สัปดาห์ × 1.725
หนักมาก (Extra Active) ออกกำลังกายหนักมาก + งานใช้แรงกาย × 1.9

ต่อจากตัวอย่างผู้ชาย ที่มี BMR 1,617.5 kcal ออกกำลังกาย 3-5 วัน/สัปดาห์:
TDEE = 1,617.5 × 1.55 = 2,507 kcal/วัน

ต่อจากตัวอย่างผู้หญิง ที่มี BMR 1,249 kcal นั่งทำงานออฟฟิศ ไม่ค่อยขยับ:
TDEE = 1,249 × 1.2 = 1,499 kcal/วัน

ไม่อยากคำนวณเอง? ใช้ เครื่องมือคำนวณ TDEE ฟรี บนเว็บนี้ได้เลย กรอกข้อมูล 4 ช่องรู้ผลทันที ไม่ต้องลงโปรแกรม

นำค่า TDEE ไปใช้งานจริง

เมื่อรู้ TDEE ของตัวเองแล้ว นำไปตั้งเป้าหมายได้ดังนี้:

  • 🎯 ลดน้ำหนัก → กินน้อยกว่า TDEE วันละ 300-500 kcal (Calorie Deficit) ขาดดุล 500 kcal/วัน ≈ น้ำหนักลด 0.5 kg/สัปดาห์ตามหลักสากล อย่าลดต่ำกว่า 800 kcal/วัน เพราะร่างกายจะเข้าสู่โหมดสงวนพลังงาน (Starvation Mode) ทำให้ระบบเผาผลาญช้าลงแทน
  • 💪 เพิ่มกล้ามเนื้อ → กินมากกว่า TDEE วันละ 200-300 kcal (Calorie Surplus) ควบคู่กับการฝึกแรงต้าน
  • ⚖️ รักษาน้ำหนักให้คงที่ → กินเท่ากับ TDEE พอดี

แคลอรี่อาหารไทยยอดนิยม — อ้างอิงจากข้อมูลจริง

รู้ TDEE แล้ว แต่ไม่รู้ว่าอาหารที่กินประจำให้พลังงานเท่าไหร่? ตารางนี้ช่วยให้เห็นภาพ (ค่าโดยประมาณ อาจแตกต่างตามสูตรและส่วนผสม):

อาหาร (1 จาน/หน่วยปกติ) พลังงานโดยประมาณ
ข้าวผัดหมูใส่ไข่ ~550-560 kcal
ข้าวกะเพราหมูสับราดข้าว ~500-560 kcal
ผัดไทย ~600-800 kcal
ข้าวมันไก่ ~500-600 kcal
ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส (เส้นเล็ก) ~250-350 kcal
ส้มตำ (ไม่มีข้าว ไม่มีไก่) ~100-150 kcal
ข้าวสวย (1 ทัพพี ~100 กรัม) ~175 kcal

ผู้หญิงออฟฟิศในตัวอย่างข้างต้นมี TDEE 1,499 kcal ถ้ากินข้าวผัด 2 มื้อ + ก๋วยเตี๋ยว 1 มื้อ พลังงานรวมจะอยู่ที่ประมาณ 1,350-1,470 kcal ซึ่งใกล้เคียง TDEE มาก เห็นว่าไม่ต้องอดอาหาร แค่รู้ว่ากินอะไรก็ควบคุมได้แล้ว ถ้ายังลังเลว่าวันนี้จะกินอะไร ลองอ่านบทความ กินอะไรดี ตัดสินใจไม่ได้ทำยังไง แล้วเทียบพลังงานกับตารางข้างต้น

วิธีใช้เครื่องมือ คำนวณ TDEE บนแปลงไฟล์.com

ไม่อยากคิดตามสูตรเอง? เครื่องมือคำนวณแคลอรี่ TDEE บนเว็บนี้ทำงานบนเบราว์เซอร์ของคุณโดยตรง ไม่ส่งข้อมูลออกไปไหน ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ขั้นตอนมีแค่ 4 ขั้น:

  1. เลือก เพศ (ชาย/หญิง)
  2. กรอก อายุ น้ำหนัก (kg) และส่วนสูง (cm)
  3. เลือก ระดับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน จาก 5 ตัวเลือก
  4. กด คำนวณ — ได้ค่า BMR และ TDEE พร้อมเป้าหมายลด/เพิ่ม/รักษาน้ำหนัก

หากต้องการดูด้วยว่า BMI ของคุณอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือเปล่า สามารถใช้ เครื่องมือคำนวณ BMI ควบคู่กันได้เลย แล้วอ่านต่อที่บทความ ค่า BMI ปกติเท่าไหร่ เกณฑ์คนไทย เพื่อแปลผล BMI ให้ถูกต้องตามมาตรฐานสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนใช้ TDEE

ค่า TDEE จากสูตรคือ การประมาณการ ไม่ใช่ตัวเลขแม่นยำ 100% เนื่องจาก:

  • แต่ละคนมีองค์ประกอบร่างกาย (สัดส่วนกล้ามเนื้อ/ไขมัน) ต่างกัน กล้ามเนื้อเผาผลาญพลังงานสูงกว่าไขมัน แต่สูตรไม่ได้วัดตรงนี้
  • Thermic Effect of Food (TEF) แตกต่างกันตามชนิดอาหาร โปรตีนเผาผลาญระหว่างย่อยมากกว่าไขมัน
  • ความเครียด การนอนหลับ และฮอร์โมน ล้วนส่งผลต่อระบบเผาผลาญในระยะยาว

แนะนำให้ใช้ค่า TDEE เป็นจุดเริ่มต้น แล้วติดตามผลจริงใน 2-4 สัปดาห์ หากน้ำหนักไม่เปลี่ยนตามที่คาด ให้ปรับแคลอรี่ขึ้น/ลง 50-100 kcal แทนการเปลี่ยนแบบฮวบฮาบ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TDEE

TDEE ต้องคำนวณบ่อยแค่ไหน?

ไม่ต้องคำนวณทุกวัน ค่า TDEE เปลี่ยนช้า แนะนำให้คำนวณใหม่ทุก 4-6 สัปดาห์ หรือเมื่อน้ำหนักเปลี่ยนมากกว่า 3-5 kg หรือเมื่อระดับกิจกรรมเปลี่ยนแปลงชัดเจน เช่น เริ่มหรือหยุดออกกำลังกาย

TDEE ผู้หญิงควรอยู่ที่เท่าไหร่?

ขึ้นกับข้อมูลส่วนตัวและระดับกิจกรรมของแต่ละคน ไม่มีตัวเลขกลางที่ถูกสำหรับทุกคน แต่โดยทั่วไปผู้หญิงวัยทำงานที่ไม่ค่อยออกกำลังกายมักมี TDEE อยู่ที่ 1,500-2,000 kcal/วัน ต้องคำนวณจากข้อมูลจริงของตัวเองเท่านั้น

กินให้เท่ากับ BMR พอไหม?

ไม่แนะนำ BMR คือพลังงานขั้นต่ำที่อวัยวะภายในต้องการขณะนอนนิ่งๆ ถ้ากินเท่า BMR แต่ยังเดิน ทำงาน หรือทำกิจวัตรประจำวัน ร่างกายจะขาดพลังงานสะสม ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ควรกินไม่ต่ำกว่า TDEE × 0.8 เป็นอย่างน้อย

ออกกำลังกายมากขึ้น TDEE จะเพิ่มขึ้นไหม?

ใช่ ระดับกิจกรรมที่สูงขึ้นเพิ่มค่า Activity Factor ทำให้ TDEE สูงขึ้น นอกจากนี้การออกกำลังกายแบบ HIIT หรือยกน้ำหนักยังมีผล Afterburn (EPOC) ที่ทำให้เผาผลาญสูงต่อเนื่องหลังออกกำลังกายสิ้นสุดด้วย

สูตร Mifflin-St Jeor แม่นกว่า Harris-Benedict แค่ไหน?

จากงานวิจัยเปรียบเทียบ สูตร Mifflin-St Jeor มีค่าคลาดเคลื่อนเฉลี่ยประมาณ 5% ส่วน Harris-Benedict (แบบดั้งเดิมที่พัฒนาขึ้นในปี 1919) อยู่ที่ 10-15% ทำให้สูตรใหม่เป็นที่ยอมรับในหมู่นักโภชนาการยุคปัจจุบันมากกว่า

แคลอรี่จากโปรตีน คาร์บ ไขมัน ต่างกันไหม?

ต่างกันในแง่พลังงานต่อกรัม: โปรตีน 1 กรัม = 4 kcal, คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม = 4 kcal, ไขมัน 1 กรัม = 9 kcal แต่ TDEE คำนวณแบบรวมพลังงานทั้งหมด ไม่ได้แยกตามมาโคร ถ้าสนใจเรื่องสัดส่วนมาโคร ควรปรึกษานักโภชนาการเพิ่มเติม

ถ้า TDEE เปลี่ยนทุกวัน ควรใช้ค่าไหน?

ให้ใช้ค่าเฉลี่ยของสัปดาห์ ไม่ต้องปรับรายวัน เช่น ถ้าวันธรรมดานั่งออฟฟิศ วันเสาร์-อาทิตย์ออกกำลังกายหนัก ให้ใช้ Activity Factor กลางๆ ที่สะท้อนพฤติกรรมโดยรวม แล้วค่อยปรับตามผลจริงใน 3-4 สัปดาห์

สรุป: TDEE คือ “ตัวเลขบอก” ว่าร่างกายคุณต้องการพลังงานเท่าไหร่ต่อวัน เมื่อรู้แล้วจะคำนวณ TDEE ได้ทันทีด้วยเครื่องมือบนเว็บ จากนั้นนำไปปรับแผนกินให้ตรงเป้าหมาย ไม่ว่าจะลดน้ำหนัก เพิ่มกล้าม หรือรักษาน้ำหนักให้คงที่ก็ทำได้

คำเตือน (YMYL): ข้อมูลในบทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือโภชนาการเฉพาะบุคคล ผู้ที่มีโรคประจำตัว ภาวะเมตาบอลิซึมผิดปกติ ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนเปลี่ยนแปลงแผนอาหาร